วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ห้องสมุดวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ห้องสมุดดีเด่น 2554

ห้องสมุดวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ได้รับคัดเลือกจากสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ให้เป็นห้องสมุดดีเด่น ประเภทห้องสมุดเพื่อการอาชีวศึกษา ขนาดใหญ่ ภาคกลาง ปี พ.ศ. 2554  ผู้อำนวยการ จุรินทร์ มิลินทสูต  ไปรับรางวัลจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เมื่อเดือนมีนาคม 2555

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การประกวดห้องสมุดดีเด่น ของ สอศ. ปี 2554

สมาชิกชมรม ชอท. และสมาชิกสมาคมห้องสมุดฯ ท่านใด สนใจส่งห้องสมุดเข้าประกวด ห้องสมุดดีเด่น ของ สอศ. ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ สมาคมห้องสมุดฯ หรือ ชมรม ชอท. อาจารย์ลัดดา สิทธิชัย วิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ อ. เมือง จ. ประจวบฯ

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

แนวคิดใหม่ในการพัฒนารูปลักษณ์ห้องสมุดและการจัดกิจกรรม

ข้อคิดบางประการจากการเข้าร่วมเสวนาใน หัวข้อ แนวคิดใหม่ในการส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องสมุด
1. รูปแบบของห้องสมุดได้เปลี่ยนเป็นห้องสมุดมีชีวิตเต็มรูปแบบ โดยเปลี่ยนสีในห้องสมุดจากสีธรรมชาติ มาเน้นสีสันมากขึ้น โดยใช้สีเขียว ส้ม เป็นหลัก รวมทั้งเปลี่ยนสีชั้นหนังสือ ตามประเภทของหนังสือ
2. จากการสำรวจห้องสมุด ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มีการจัดห้องสมุด ให้มีที่นั่งกับพื้น ปูพรม ตกแต่งด้วยไม้อัดตัดเป็นรูปต้นไม้ ทาสีสวยงาม มีบริการน้ำดื่ม ชา กาแฟ ผู้ใช้สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ นั่งอ่านหนังสือ หรือใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก ก็ได้
3. มีการจัดทำห้องสมุดให้เป็น human library หรือ living book โดยใช้คนที่มีความรู้เฉพาะด้านเป็นอาสาสมัคร พูดแทนหนังสือ ผู้ใช้ซักถามพูดคุยในเรื่องที่อยากรู้ เช่น ต้องการได้รายละเอียดการศึกษาต่อ ห้องสมุดจะเชิญครูแนะแนวมาให้ผู้ใช้พูดคุย อยากรู้เรื่องโทรศัพท์มือถือ ก็เชิญครูอิเล็กทรอนิกส์มา ให้ผู้ใช้ซักถาม การจัด human library ต้องจัดเป็นกิจกรรม มีระยะเวลา มีสถานที่ และคนที่มาเป็น living book ต้องมีความน่าสนใจ ห้องสมุดในไทยที่เริ่มจัดทำโครงการ human library ได้แก่ สำนักวิทยบริการและห้องสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (ผศ. คงศักดิ์ สังฆมานนท์) และ โรงเรียนโนนไทย (ครูระเบียบ จันทา)
ผู้สนใจ ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ ของสำนักวิทยบริการฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และ โรงเรียนโนนไทย

การส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องสมุดอาชีวศึกษา

บทความนี้ เป็นการบรรยายในฐานะวิทยากรร่วมเสวนา เรื่อง แนวคิดใหม่ในการส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องสมุด จัดโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา วันที่ 23 กันยายน 2553 ณ สำนักวิทยบริการและหอสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการจัดงานในครั้งนี้ ที่ให้โอกาสมาแสดงความคิดเห็น เนื่องจากผู้ที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ เป็นอาจารย์บรรณารักษ์จากห้องสมุดของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ซึ่งเทียบกันไม่ได้กับห้องสมุดของอาชีวศึกษา ชื่อเป็นวิทยาลัยก็จริงแต่ห้องสมุดมีลักษณะห้องสมุดโรงเรียนเสียละมาก
ผู้เรียนสายอาชีพ ไม่เหมือนกับผู้เรียนสายสามัญ เพราะการเรียนส่วนใหญ่จะเป็นปฏิบัติ วิชาที่เรียนจะเน้นการปฏิบัติเป็นหลัก เพื่อให้ผู้เรียนประกอบอาชีพได้ วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม มีวัฒนธรรมการเรียนรู้ไม่เหมือนที่อื่น คือ ครูจะสอน แล้วนักศึกษาต้องปฏิบัติตามใบงาน เมื่อปฏิบัติแล้วต้องเขียนอธิบาย ซึ่งนักศึกษาต้องอาศัยห้องสมุด เพราะไม่ถนัดที่จะเขียนเอง จึงมาค้นคว้า และเขียนตามหนังสือ ห้องสมุดต้องหาหนังสือและสื่อที่ตอบสนองความต้องการของนักศึกษาให้ได้ ครูที่ สั่งงานนักศึกษา ไม่เคยมาสำรวจว่าห้องสมุดมีหนังสือหรือไม่ จึงเป็นหน้าที่ของบรรณารักษ์ที่ต้องหามาให้ได้ ถ้าไม่มีในห้องสมุด ก็ต้องไปหามาจากห้องสมุดอื่น เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักศึกษา ดังนั้น แนวทางในการส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องสมุด วิธีการแรก คือ สร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้บริการ จุดเริ่มต้นของความประทับใจนี่เอง ทำให้นักศึกษาเห็นความสำคัญของห้องสมุด เมื่อเห็นว่าห้องสมุดสำคัญ เวลาว่าง จะมาห้องสมุด ใช้ห้องสมุดเป็นสถานที่พบปะกัน ทำการบ้าน รวมถึงเป็นที่นั่ง ที่นอน ในยามเหนื่อยล้า บรรณารักษ์จะต้องมีปิยวาจา มีของชำร่วยเป็นลูกอม บ้าง เพื่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีต่อกันในระยะยาว วิธีการที่ 2 ส่งเสริมให้นักศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน นักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ที่เข้าห้องสมุด ไม่ได้มีเฉพาะนักศึกษาคงแก่เรียน แต่มีหลากหลาย ทำการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ไม่ได้ ก็มาห้องสมุด เพราะจะมีนักศึกษาที่คงแก่เรียนมาสิงอยู่ บรรณารักษ์ต้องเป็นคนช่างสังเกต ช่างจำ เพราะจะทำให้มีการส่งเสริมการเรียนรู้ วิธีการแรก ที่ไม่ต้องลงแรงมานัก โดย จัดให้ 2 กลุ่มนี้ พบกัน มีหนังสือคณิตศาสตร์เป็นสื่อ มีการติวกันเกิดขึ้น สิ่งที่บรรณารักษ์จะทำคือ ไม่ให้ทำการบ้านให้กัน ต้องอธิบาย บรรณารักษ์จะหาหนังสือที่ต้องใช้ หากระดาษมาให้ กำหนด โต๊ะสำหรับสอนกันให้ รวมทั้งนัดเวลาในครั้งต่อๆ ไป จนเกิดเป็นวัฒนธรรมขึ้น
วิธีการที่ 3 บรรณารักษ์ต้องมีจิตให้บริการ สำหรับตนเอง มีความรู้ในวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ชนิดที่เขียนสุนทรพจน์ คำกล่าว ต่างๆ รวมทั้งแปลอังกฤษเป็นไทย ได้ จะมีนักศึกษาอีกกลุ่มหนึ่ง มาปรึกษา ให้สอน ทบทวน สิ่งที่เรียนมา นักศึกษาในกรณีนี้ จะมากันเป็นกลุ่ม เราต้องไม่สอนอย่างเดียว แต่เราต้องหาหนังสือที่มีเรื่องนั้นมาให้นักศึกษาดูและอธิบายคำถาม วิธีการตอบ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ ต้องให้เปิดพจนานุกรม ด้วย นักศึกษาจะเกิดการเรียนรู้ และทำได้เองในครั้งต่อไป วิธีการที่ 4 นักศึกษาที่จะจบการศึกษา ต้องทำโครงงานทั้งในระดับ ปวช. และ ปวส. ปวช. หมายถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ เทียบเท่ากับระดับมัธยมปลาย ส่วน ปวส. หมายถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง เทียบได้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยปีที่ 2 ทั้ง 2 กลุ่มนี้มีพื้นฐานในการทำโครงงานต่างกัน ครูที่สอนก็จะมีพื้นฐานวิจัยไม่เท่ากัน ดังนั้น สิ่งที่ห้องสมุดจะทำได้ คือ มอบรายชื่อบทคัดย่อโครงงานที่ห้องสมุดมีให้กับแผนกช่าง ติดต่อไปที่ครูผู้สอน และแจ้งให้ทราบว่าห้องสมุดมีโครงงานสมบูรณ์ทั้งหมด ที่นักศึกษารุ่นที่ผ่านมาเคยทำไปแล้ว ครูผู้สอนจะให้นักศึกษามาศึกษาโครงงานเก่า บรรณารักษ์จะต้องนำโครงงานมาอธิบายว่า เล่มใดมีความถูกต้อง สมควรดูเป็นตัวอย่าง เล่มใดไม่สมบูรณ์ มีการเขียนผิดพลาด โครงงานใด สามารถไปทำใหม่เป็นการพัฒนานวัตกรรม หรือต่อยอด เป็นโครงงานชิ้นใหม่ได้ รวมทั้งอธิบายวิธีการเขียน ความเป็นมาของโครงการในบทที่ 1 และ วรรณกรรมงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในบทที่ 2 และขอครูผู้สอน เป็นผู้ร่วมตรวจเอกสารโครงงานด้วย ทำให้นักศึกษา เห็นความสำคัญ ของการใช้ห้องสมุด และเกิดการเรียนรู้การทำโครงงาน วิธีการที่ 5 จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้แก่ การจัดนิทรรศการ ทั้งนิทรรศการในวันสำคัญ นิทรรศการหนังสือใหม่ กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่จัด จะเป็นการสะสมแต้มยืมหนังสือ นักศึกษาส่วนใหญ่ชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว เมื่อมีแรงกระตุ้น จะทำให้เกิดพลังอยากอ่านมากขึ้น เมื่ออ่านจบ ครูจะถามเนื้อหาย่อๆ ความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือ สนุกไหม ชอบตรงไหน เมื่อสิ้นสุดโครงการ จะสอบถามความคิดเห็น โดยเขียนเรียงความ แสดงความคิดเห็น ทุกคนที่เขียนจะได้ปากกา ใครเขียนได้ดี จะได้รางวัล ใหญ่เป็นกล่องดินสอ วิธีที่ 6 จัดหาสื่อให้หลากหลาย และตรงตามต้องการ ในห้องสมุดวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม มีมุมเกม ให้เล่นหมากรุก หมากฮอส หมากล้อม สแครบเบิ้ล และมีหนังสือเกี่ยวกับการเล่น มีห้องฉายภาพยนตร์จากเคเบิ้ลและ มุมโทรทัศน์เพื่อการศึกษา มีห้องอินเทอร์เน็ตให้ค้นคว้า มีหนังสือที่ผู้ใช้สามารถเสนอซื้อได้ เลือกจากร้านหนังสือก็ได้ หนังสือต้องอ่านง่าย เล่มไม่หนา มีภาพประกอบ มีเกมคอมพิวเตอร์ เถ้าแก่น้อย ไว้ฝึกสมอง นักศึกษาแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน ใครชอบอ่าน จะสมัครสมาชิก bookclub ใครไม่ชอบ จะดูหนัง ฟังเพลงบ้าง อ่านการ์ตูนบ้าง แต่ครูจะคอยแทรกสาระ โดยการพูดคุย ไปบ้างเพื่อให้เกิดการเรียนรู้แต่อย่างช้าๆ ใครชอบคอมพิวเตอร์ จะเล่นเกมบ้าง ค้นคว้าบ้าง ก็ไม่ว่ากัน วิธีที่ 7 เป็นวิธีสำหรับชุมชน รวมถึงลูกครู ครอบครัวของครู ห้องสมุดจะมีหนังสือสำหรับลูกครูทุกระดับ มีการ์ตูนความรู้ เรื่องสั้นๆ รายงานของลูกครู ครอบครัวครู ตัวครูที่เรียนระดับปริญญาโท ก็มีหนังสือและข้อมูลไว้บริการ ชุมชน ศิษย์เก่า ต้องการคู่มือใช้ในการประกอบอาชีพ มาตรฐานเครื่องเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า ห้องสมุดก็มีมาตรฐานของ สมอ. และ คู่มือวิศวกรทุกสาขา มีทำเนียบวัสดุก่อสร้าง รวมถึง Data Standard ระดับสากล ไว้ให้ค้นคว้า ศิษย์เก่าที่จบแล้วไปประกอบอาชีพส่วนตัว จะย้อนกลับมาค้นคว้าในห้องสมุด มาอัปเดทข้อมูลข่าวสาร และนำเอกสารที่ตัวเองมีมอบให้กับห้องสมุด เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ห้องสมุดวิทยาลัยเทคนิคนครปฐมได้รับหนังสือบริจาคแต่ละปี มากกว่า ที่ได้รับจากการจัดซื้อตามงบประมาณ และหนังสือแต่ละเล่มจะเป็นหนังสือใหม่ มีคุณค่า หาซื้อไม่ได้ ร้านหนังสือในจังหวัด จะนำหนังสือมามอบให้ทุกปี เพราะเห็นว่าห้องสมุดบริการผู้ใช้ทุกระดับ และมีจำนวนผู้ใช้ห้องสมุดต่อวัน ปริมาณสูง นักศึกษา กว่าครึ่งเข้าห้องสมุดทุกวัน และเมื่อจบไปแล้ว ไปศึกษาต่อที่อื่น ก็ยังย้อนกลับมาเพราะมีหนังสือที่ตนเองต้องการ มากกว่าห้องสมุดใหม่ที่ตนไปศึกษา มีศิษย์เก่าคนหนึ่ง ไปเรียนต่อวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ เขียนเรียงความเรื่อง ห้องสมุดที่ประทับใจ ยังเขียนเรื่องห้องสมุดวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม
วิธีที่ 8 จัดห้องสมุดให้เป็นสถานที่อบรมให้ความรู้ ห้องสมุดวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม มีห้องประชุม และห้องอินเทอร์เน็ต ให้บริการจัดอบรม แก่ชุมชน ผู้ใช้ห้องสมุด แต่ละที่ไม่เหมือนกัน บรรณารักษ์ต้องเรียนรู้ธรรมชาติของผู้ใช้บริการ บรรณารักษ์ดี ต้องหน้าไม่งอ ยิ้มแย้มแจ่มใส อดทนที่จะสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จนเกิดเป็นวัฒนธรรม ปฏิบัติตามๆ กัน จากรุ่นสู่รุ่น เมื่อนั้น ห้องสมุดจะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่แท้

ห้องสมุด 3 ดี

ห้องสมุด 3 ดี
มีหลายคนเปรียบเทียบห้องสมุดเมืองไทยกับแมวเก้าชีวิต ไม่มีวันตายแต่จะไม่รุ่งเรืองหรือร่วงโรยขึ้นอยู่กับมุมมองหรือวิสัยทัศน์ของผู้บริหารในกระทรวงศึกษาธิการ ที่รับผิดชอบดูแลห้องสมุด
เมื่อกระทรวงศึกษาธิการมีรัฐมนตรีชื่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษญ์ วิถีของห้องสมุดทุกระดับในเมืองไทย โดยเฉพาะห้องสมุดโรงเรียนทั้งในสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอาชีวศึกษา มีการปรับเปลี่ยนเพื่อสนองตอบนโยบายห้องสมุด 3 ดี ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์
ในสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษามีการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ เนื่องจากห้องสมุดได้ถูกทอดทิ้งมานาน ห้องสมุดในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวส่วนใหญ่ จะเจริญหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้อำนวยการสถานศึกษา แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในระดับหัวแถว ผู้บริหารระดับกรมตอบรับนโยบายหีองสมุด 3ดี สถานศึกษาก็ดูจะมีแนวทางในการพัฒนาห้องสมุดเพื่อตอบสนองต่อโครงการมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อผู้ใช้บริการคือนักเรียนนักศึกษา
ห้องสมุด 3ดี นั้น คำว่า “ดี” เป็น ดี ไทย ไม่ใช่ ดี ในภาษาอังกฤษ จึงเป็นคนละอย่างกับสถานศึกษา 3D ห้องสมุด 3ดี ประกอบด้วย หนังสือดี บรรยากาศดีส่งเสริมการอ่าน และสุดท้ายต้องมีบรรณารักษ์ดี เคยมรอาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น คือผู้ช่วยศาสตราจารย์เพ็ญพันธ์ เพชรศร เคยปรับ 3ดี ในภาษาไทย ให้เป็นห้องสมุด 3D ในภาษาอังกฤษ คือ หนังสือดี = Book Desired, บรรยากาศดี = Delightful Atomosphere และ บรรณารักษ์ดี = Dashing Librarian เพื่อสอดคล้องกับสถานศึกษา 3D และเคยใช้คำภาษาอังกฤษที่ว่านี้ในการจัดนิทรรศการ ห้องสมุด 3ดี ในงาน 68 ปี อาชีวะไทยก้าวไกลสู่สากล มาแล้ว ซึ่งเป็นที่ชื่นชม ของท่านรัฐมนตรีเจ้าของโครงการและเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์) เป็นอย่างยิ่ง
การจัดทำห้องสมุด 3ดี ในสถานศึกษาไม่เน้นตัวอาคาร ดังนั้นในขั้นแรกจึงใช้งบประมาณน้อย งบประมาณจะเน้นไปที่การจัดหาหนังสือและสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาให้นักเรียนนักศึกษาอ่าน แต่คำว่าหนังสือดีนั้น จะได้หนังสือดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ ดีที่ 2 คือ บรรณารักษ์ดี เพราะ บรรณารักษ์ดีต้องจัดหาหนังสือที่ตรงใจผู้อ่านเหมาะกับวัย มีทั้งความรู้และความบันเทิง มีผู้กล่าวลักษณะของบรรณารักษ์ดี ไว้ว่า ต้องมีจิตชอบบริการ (service mind) ไม่หน้างอ ยิ้มแย้มแจ่มใส ช่วยเหลือผู้มาใช้บริการขณะเดียวกันต้องมีความรู้เทคโนโลยีบ้างตามสมควรเพื่อปรับปรุงห้องสมุดให้มีความทันสมัยมากขึ้น และจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
ดีที่ 3 คือ บรรยากาศดี เพื่อส่งเสริมการอ่าน อาคารที่มีอยู่ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับการใช้งาน อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ร้อน หรือถ้าร้อน ควรมีพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศตามสภาพ จัดบริเวณให้เกิดประโยชน์ใช้สอยได้ครบครัน มีการตกแต่งให้มีชีวิตชีวา มีต้นไม้บ้าง น้ำพุบ้าง มีการจัดนิทรรศการหมุนเวียนบ้าง ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นกับดีที่ 2 ที่กล่าวมาคือ บรรณารักษ์ดีนั่นเอง
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีการกำหนดมาตรฐานห้องสมุด 3ดี โดยกำหนดตัวบ่งชี้เพื่อไว้ประเมินห้องสมุดของสถานศึกษา และมีการอบรมผู้ทำงานในห้องสมุด 3ดี ในการจัดนิทรรศการ ทั้งนิทรรศการส่งเสริมการอ่าน นิทรรศการ 68 ปี อาชีวะไทยก้าวหน้าไกลสู่สากลและสุดท้าย จัดจำลองห้องสมุด 3ดี ที่เป็นห้องสมุดไร้พรมแดน หรือ e-Library ในงานวันครูโลก ในวันที่ 26-28 สิงหาคม 2553 นี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีการปฏิบัติกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมให้ห้องสมุดสถานศึกษามีมาตรฐาน 3ดี
ในวันนี้ ของห้องสมุด สถานศึกษา สังกัด สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ได้เข้ามาถึงจุดเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง หลังจากที่เคยปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องสมุดเทคโนโลยี เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาและหลังจากนั้น ห้องสมุดเทคโนโลยีขาดการดูแลและติดตามผล ส่งผลให้ห้องสมุดหลายแห่งไม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้ หรือ ถ้ายังใช้การได้ก็มีการปรับระบบห้องสมุดอัตโนมัติไปบ้าง ดังนั้น เมื่อมีการนำมาตรฐานห้องสมุด 3ดี มาเป็นตัวกำหนดแนวทางการดำเนินงานต่อเนื่องเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ห้องสมุดมีความเจริญรุ่งเรือง ก้าวไกลไปสู่ความเป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (e-Library) ในอนาคต

วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การสร้างและหาประสิทธิภาพเอกสารประกอบการสอน

ชื่อเรื่อง : การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ รหัสวิชา 30001601 โดยใช้เอกสารประกอบการสอน ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม The study of Education achievement in Library and Information literacy subject using instructional material




บทคัดย่อ


รายงานการวิจัย เรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ รหัสวิชา 3000-1601 โดยใช้เอกสารประกอบการสอน ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม มีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างเอกสารประกอบการสอนวิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ รหัสวิชา 3000-1601 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการเรียนด้วยเอกสารประกอบการสอน และศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียน ต่อการจัดการเรียนการสอนวิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ รหัสวิชา 3000-1601ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 1วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม โดยประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่นักศึกษาที่เรียนวิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 199 คน และกลุ่มตัวอย่างได้แก่นักศึกษา ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 สาขาไฟฟ้ากำลัง จำนวน 41 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการสอน ตามมาตรฐาน E1/E2 เท่ากับ79.38/79.48 ซึ่งสูงกว่าที่ตั้งไว้ที่ 70/70 ค่าดัชนีประสิทธิผลมีค่า .70 แสดงว่าเอกสารทำให้ผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนคิดเป็น ร้อยละ 70 และผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการสอนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนในระดับมากผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนหลังการเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการสอนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ .05 ทุกหน่วยการเรียน

วิจัยอาชีวศึกษา

ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน e-Learning วิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ รหัสวิชา 30001601 วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม (The Development of Library and Information Literacy instruction by e-learning method , Nakhon Pathom Technical College)


บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน e-Learning วิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ รหัสวิชา 30001601 วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ที่จัดทำขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบ e-Learning ของวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม โดยใช้โปรแกรม moodle เพื่อใช้ในการสอนเสริมในระบบปกติและใช้ในการเรียนการสอนทางไกล ผลการศึกษา พบว่า โปรแกรม moodle สามารถสร้างหน้าเว็บเพจของระบบ e-Learning วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม โดยมีรายวิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ รหัสวิชา 3000-1601 ที่ใช้เป็นกรณีศึกษา ได้ ด้านการจัดการรายวิชา สามารถเพิ่มผู้สอน ผู้เรียน โดยกำหนดสิทธิ์ให้กับผู้สอนและผู้เรียนตามสถานะ การจัดการแหล่งข้อมูลและกิจกรรม สามารถเพิ่มแหล่งข้อมูลและกิจกรรมได้ตามแผนการจัดการสอนที่ออกแบบไว้ได้ ได้ทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหาร 1 คน(รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม) ครู 2 คน และนักศึกษา 10 คน พบว่าผู้ใช้สามารถทำตามคู่มือการใช้และมีความพึงพอใจในระดับมาก

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

รายงานการสร้าง และผลการใช้แบบฝีกทักษะของนางพวงเพชร ใชยนวล

แบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่องการประกอบธุรกิจขนาดย่อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตามแนวคิดทฤษฎี พหุปัญญา รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 4
รหัสวิชา ง40104 โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน
ผู้ศึกษา
นางพวงเพชร ใชยนวล (ศิลปศาสตร์บัณฑิต (บริหารธุรกิจ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
บทคัดย่อ

การสร้างและการศึกษาผลการใช้ ชุดแบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่องการประกอบธุรกิจขนาดย่อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตามแนวคิดทฤษฎีพหุปัญญา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและพัฒนาประสิทธิภาพของชุดแบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่องการประกอบธุรกิจขนาดย่อม ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดแบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่องการประกอบธุรกิจขนาดย่อม 3) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาพหุปัญญาของนักเรียนหลังการใช้ชุดแบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่องการประกอบธุรกิจขนาดย่อม 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจและ
เจตคติของนักเรียนที่มีต่อการใช้ชุดแบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่องการประกอบธุรกิจขนาดย่อม
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่องการประกอบธุรกิจขนาดย่อม จำนวน 6 ชุด แบบทดสอบหลังการทำชุดฝึกรวม 6 ชุด แบบทดสอบ
วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของแบบฝึก 30 ข้อ แบบวัดความสามารถทางพหุปัญญา 8 ด้าน ชนิด
5 ตัวเลือก จำนวน 64 ข้อ แบบสำรวจความพึงพอใจและเจตคติต่อการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ชนิด 5 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ
การดำเนินการทดลอง ได้ปฏิบัติดังนี้ 1) เตรียมเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลให้เพียงพอ 2) ทดสอบก่อนเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจำนวน 30 ข้อ 3) ให้กลุ่มตัวอย่างได้เรียนรู้โดยใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ 4) ทดสอบหลังเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ 5) วัดความสามารถทางพหุปัญญา 8 ด้าน ด้วยแบบวัด ชนิด 5 ตัวเลือก จำนวน 64 ข้อ 6) สำรวจความพึงพอใจและเจตคติต่อการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่องการประกอบธุรกิจขนาดย่อม


การทดลองใช้กับนักเรียน ได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 1) การทดลองแบบเดี่ยว
กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง สังเกตพฤติกรรม สอบถามปัญหาที่เกิดขึ้น
จดบันทึกข้อสังเกตและปัญหาแล้วนำมาแก้ไขข้อบกพร่อง เพื่อนำไปทดลองแบบกลุ่มเล็ก
2) ทดลองแบบกลุ่มเล็กกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 10 คน เป็นนักเรียนเก่ง 2 คน ปานกลาง 6 คน และอ่อน 2 คน เก็บข้อมูลข้อดี ข้อที่ควรปรับปรุง หรือสภาพปัญหาที่นักเรียนพบ นำมาปรับปรุงให้เกิดความชัดเจนและเหมาะสมกับเวลา 3) การทดลองภาคสนาม ใช้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/8 โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน จำนวน 38 คน แล้วนำคะแนนที่ได้ไปหาประสิทธิภาพ

ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ 1) แบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่องการประกอบธุรกิจขนาดย่อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่องความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับธุรกิจขนาดย่อม การดำเนินธุรกิจขนาดย่อม การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมองค์กร การวิเคระห์ด้านการตลาด การวิเคราะห์ด้านการเงิน และแผนธุรกิจ มีประสิทธิภาพ E1/ E2 เท่ากับ 83.99 / 84.06 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดคือ 80/80 2) ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนหลังการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์พบว่า ในภาพรวมคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 17.37 คะแนน และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 30.76 คะแนน และการทดสอบค่าที มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ผลการพัฒนา
พหุปัญญาของนักเรียนหลังการใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาการคิดวิเคราะห์ เรื่องการประกอบธุรกิจ
ขนาดย่อมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.05) ด้านที่มากที่สุดคือด้านดนตรี อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.52) รองลงมาคือด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว อยู่ในระดับมาก ( = 4.20) และน้อยที่สุดคือ ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ อยู่ในระดับมาก ( = 3.66) นอกนั้นอยู่ในระดับมาก
ทุกด้าน 4) นักเรียนมีความพึงพอใจและมีเจตคติที่ดีต่อการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ หลังการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์โดยภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจและมีเจตคติ
ที่ดี อยู่ในระดับมาก ( = 4.11) และเมื่อพิจารณาแต่ละรายการพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจและมีเจตคติที่ดีอยู่ในระดับมากที่สุด 3 รายการ เรียงตามลำดับดังนี้ คือ ข้อที่ 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความสนุกสนาน สร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียน ( = 4.60) ข้อที่ 19 กิจกรรมการเรียนรู้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ( = 4.55) และข้อที่ 4 ความเหมาะสมของกิจกรรมแต่ละกิจกรรม ( = 4.53) นอกนั้นนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทุกรายการ

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

โครงการห้องสมุด 3 ดี

โครงการ “ห้องสมุด 3 ดี” มีรายละเอียด คือ
1. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาบุคลากรห้องสมุด เพื่อพัฒนาบุคลากรที่ไม่มีความรู้ด้านบรรณารักษศาสตร์ หรือสารสนเทศศาสตร์ สามารถดำเนินการบริหาร จัดการห้องสมุดได้
จำนวน 100 คน แบ่งเป็น 2 รุ่น ๆ ละ 50 คน รุ่นที่ 1 วันที่ 15-19 มีนาคม 2553
รุ่นที่ 2 วันที่ 19-23 เมษายน 2553 ระยะเวลาการอบรม 5 วัน
2. จัดประกวด “ต้นแบบห้องสมุด 3 ดี”
ใช้หลักเกณฑ์มาตรฐานห้องสมุด 3 ดี และตัวบ่งชี้สำหรับสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษา โปรดอ่านและโหลดจากเว็บไซต์ของสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ
วิธีการคัดเลือก แบ่งเป็น
1. ระดับจังหวัด อศจ.จะเป็นผู้ประเมิน ทุกจังหวัดต้องมีต้นแบบห้องสมุด 3 ดี
2. ระดับภาค สถาบันการอาชีวศึกษา ทั้ง 19 สถาบัน จะเป็นผู้ประเมินคัดเลือก
3. ระดับประเทศ คณะกรรมการจากส่วนกลาง เป็นผู้ประเมินคัดเลือก “ต้นแบบห้องสมุด 3 ดี” คือ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก

โครงการ “ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน” มีรายละเอียด คือ
1. จัดประชุม/สัมมนา/เสวนาเกี่ยวกับการอ่าน
2. จัดนิทรรศการ
3. จัดประกวดการอ่าน
ระยะเวลาดำเนินการ เดือนสิงหาคม 2553
หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ นางสาวฐิติรัตน์ สุวรรณปราโมทย์ โทร.084-144-1651 หรือ 0-2281-5555 ต่อ 1409
จึงเรียนมาเพื่อทราบ

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

ศิลปินแห่งชาติ

ขอแสดงความยินดีกับ อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ที่ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาคมห้องสมุด 2552

เรียน สมาชิกชมรม ชอท. ทุกคน
ปีนี้สมาคมฯ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี วันที่ 8 ธันวาคม ขอเชิญสมาชิกทุคนเข้าร่วมประชุม
ส่วนการโอนเงิน ห้องสมุด 3 ดี ศน. แจ้งว่า ได้ดำเนินการแล้ว แต่ติดอย่ในขั้นตอนการโอนเงินซึ่งเป็นเรื่องของสำนักอื่น
ใครที่ยังไม่ได้ชมห้องสมุด 3 ดี ดูได้ที่ http://icts.npru.ac.th/~513234304/

งานวิจัยในชั้นเรียนการพัฒนากระบวนการคิดจากการอ่านโดยใช้แบบฝึก

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาผ้เรียนสรุปความจากการอ่านไม่เป็น โดยทดลองกับผ้เรียนระดับ ปวส.1 แผนกยานยนต์ (ทวิภาคี) วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม
สถิติ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) โดยเปรียบเทียบคะแนนกิจกรรมจากแบบฝึกและคะแนนกิจกรรมการจดบันทึก
ผลการวิจัยพบว่า ผู้เรียนมีทักษะในการอ่านเฉพาะด้านการจับใจความ สามารถทำแบบทดสอบชุดที่ 2 ได้ดี แต่การอ่านเพื่อสรุปความยังทำไม่ดี และเมื่อเปรียบเทียบกับคะแนนกิจกรรมการจดบันทึกพบว่า ผู้เรียนมีคะแนนการจดบันทึกเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 66 เพิ่มจากเดิมร้อยละ 26
แสดงว่า การพัฒนา ทักษะกระบวนการคิดจากการอ่านโดยใช้แบบฝึก ทำให้ผู้เรียนมีทักษะในการคิดวิเคราะห์เพิ่มขึ้น แต่ไม่มากนัก พบว่าผู้เรียนยังไม่สามารถสรุปเรื่องที่ได้จาการอ่านได้ดีพอ
ปัญหาและข้อเสนอแนะ
1. เนื้อหาในแบบฝึก ชุดที่ 1 ควรยาวเกินไป ทำให้ผู้เรียนไม่อยากอ่าน ครูจึงต้องกระตุ้นและตั้งคำถาม เพื่อกระตุ้นความสนใจ
2. เนื้อหาในแบบฝึกชุดที่ 2 มีจำนวนเรื่องมาก จะต้องเรียงลำดับคำถามให้ตรงกับเนื้อเรื่องเพื่อฝึกให้ผู้เรียนคิดตามได้ทัน

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2552

ผลสอบ

พรรณทิพย์ 3.5, ศรัญญู 3 ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือ ได้เกรด 4 จ๊ะ

วิจัยในชั้นเรียนวิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ

บทคัดย่องานวิจัยในชั้นเรียน
ชื่อผู้วิจัย นางนาถระพินทร์ เบ็ญจวงค์
ชื่องานวิจัย การพัฒนารูปแบบกิจกรรม การสอน โดยใช้เว็บบลอก
วิชา ห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ รหัสวิชา 3000-1601 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551
สรุปผลการวิจัย
การวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีการสอนที่ทำให้ผู้เรียนมีพฤติกรรมการเรียนรู้อย่างมีความสุข ประหยัดทรัพยากรในการเขียนรายงาน โดยใช้เว็บบลอกมาช่วยในการจัดการเรียนการสอน วิธีการดำเนินการ นำนวัตกรรมไปทดลองใช้กับผู้เรียนกลุ่มตัวอย่าง เก็บคะแนนพฤติกรรมก่อนและ หลังใช้นวัตกรรม เพื่อหาประสิทธิภาพนวัตกรรม โดยตั้งเกณฑ์ไว้ ว่า ผลคะแนนพฤติกรรมหลังใช้จะต้องสูงกว่าก่อนใช้ ปรับปรุงข้อบกพร่องที่เกิดจากขั้นตอนการทำกิจกรรม และนำวิธีการไปใช้กับผู้เรียนทั้งหมด เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล ได้แก่ บลอก แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสัมภาษณ์ความพึงพอใจ สถิติ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( x) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยเปรียบเทียบผลคะแนนพฤติกรรมระหว่างก่อนใช้และหลังใช้วิธีการ สอน ผลการวิจัย พบว่าการพัฒนารูปแบบการสอน โดยใช้เว็บบลอก ผลคะแนนพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนสูงขึ้น โดยคะแนนหลังใช้นวัตกรรมสูงกว่าก่อนใช้นวัตกรรม ร้อยละ 51.27 ค่าดัชนีประสิทธิผล 0.90

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

Working places, furniture and technology: Strategies of flexibility of university library buildings - the case of Bozen/Bolzano

Working places, furniture and technology: Strategies of flexibility of university library buildings - the case of Bozen/Bolzano

Klaus Kempf
"Flexibility" as the basic principle of modern library buildings

นานนับศตวรรษที่ ห้องสมุดคือแหล่งรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ห้องสมุดถูกออกแบบมาให้เป็นที่เก็บทรัพยากรสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการอ่าน 20 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้เกิดแนวคิดห้องสมุดเสมือนขึ้น เป็นห้องสมุดที่ไม่ต้องการอาคารแต่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศผ่านเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ ในปัจจุบัน ได้เกิดแนวคิดใหม่ตามบริบทของห้องสมุด ถือว่า อาคารห้องสมุดยังเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่ง แต่มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมไปตามยุคสมัย
เกอร์ฮาร์ด เลียเบอร์ หัวหน้าอาคารห้องสมุดในเยอรมนี ได้ศึกษาดูงานในสหรัฐอเมริกา จากประสบการณ์ทำให้เขารับรู้ถึง นิยาม ของ “ยืดหยุ่น” เสน่ห์ของการก่อสร้างห้องสมุดสมัยใหม่ในเยอรมนี ตั้งแต่ยังคงไม่มีการก่อสร้างแบบโมดูลล่า จนหลายปีต่อมา การปรับเปลี่ยนรูปแบบห้องสมุดให้มีความยืดหยุ่นตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ เป็นสิ่งสำคัญในการออกแบบ อาคารห้องสมุดสมัยใหม่
“ยืดหยุ่น” กับยุคห้องสมุดประสม
ช่วงการปรับเปลี่ยนในห้องสมุด การออกแบบ จะต้องกำหนดความต้องการในการจัดวางวัสดุสิ่งพิมพ์และวัสดุดิจิตอลเข้าไปด้วย แนวคิดเกี่ยวกับการจัดห้องสมุดได้เปลี่ยนไปเป็นห้องสมุดประสม (ห้องสมุดสื่อประสม , น้ำทิพย์ วิภาวิน) อย่างไรก็ตาม รูปแบบห้องสมุดในที่นี้มีความหมายมากกว่า สถานที่เก็บวัสดุต่างๆ ที่มีหลังคา แต่เป็นแนวคิดใหม่ในการบริการ เพราะโลกก้าวเข้าสู่ยุคเครือข่ายดิจิตอล สภาพห้องสมุดที่โดดเดี่ยวโดดเดี่ยว ถูกทอดทิ้งจากนักศึกษาและผู้ใช้ เป็นสถานที่ที่น่ากลัวจะไม่มีอีกต่อไป ในทางตรงกันข้าม ห้องสมุดจะกลายเป็นสถานที่ที่เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างแท้จริง ห้องสมุดประสมจะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
- ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการ: : รูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างทำให้ความต้องการพื้นที่ว่างในการศึกษามีหลากหลายและจัดแบ่งโซนชัดเจน เช่น มีพื้นที่ส่วนตัวที่ต้องการความเงียบ และพื้นที่สำหรับผู้ใช้ที่ทำกิจธุระได้ มีที่นั่งและโต๊ะ และ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำให้สดชื่น
-การเรียนรู้ต้องมีลักษณะความร่วมมือ : จัดหาสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างการเรียนรู้แบบร่วมมือ เช่น มีโต๊ะบริการสำหรับศึกษาเป็นกลุ่ม และมีห้องที่มีอุปกรณ์เทคโนโลยีและการนำเสนองาน
-เทคโนโลยีทันสมัยและพัฒนาตลอดเวลา : จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องและทำการฝึกอบรมผู้ใช้ซ้ำกับผู้เรียนทั้งห้องเรียน กลุ่มเล็ก และ รายบุคคล
-เข้าถึงแหล่งทรัพยากรบนเครือข่ายที่เป็นสากล : จัดหาระบบเคเบิ้ลเพื่อติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็น เวิร์คสเตชั่น และจุดที่ใช้โน๊ตบุ๊ค
ลักษณะเด่นของห้องสมุดประสม
การเรียนรู้ในห้องสมุด จะอยู่ในรูปแบบความร่วมมือ ผู้เรียนได้ในสิ่งที่ต้องการและหลากหลาย เทคโนโลยีมีความต่อเนื่องและเข้าถึงสารสนเทศผ่านระบบเครือข่าย มีการจัดวิธีการเข้าถึงหนังสือ บทความวารสาร นอกจากนี้ ห้องสมุดประสม จะรวมถึง
- มีพื้นที่สำหรับการบริการตอบคำถาม ฝึก
-มีพื้นที่สำหรับศึกษาเป็นกลุ่ม อาจจะแยกเป็นห้อง หรือเป็นโซน รวมทั้งมีระบบไอซีทีที่มีประสิทธิภาพ
-มีส่วนที่ให้การช่วยเหลือด้านการฝึก โดยสาธิต แสดง การบริการ และ เทคนิควิธี
การออกแบบที่ทำให้ห้องสมุดเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่มีลักษณะปกปิด เป็นการเปิดสู่โลกภายนอก และเกิดประสิทธิภาพ ทั้งกับผู้ใช้และทรัพยากร คือ
- มีการใช้ผนังกั้นแบ่งภายในน้อยที่สุด
- มีระบบการจัดแบ่งโซนที่ทำกิจกรรมได้หลากหลาย
- มีส่วนที่เชื่อมต่อระบบเครือข่าย
บราวน์ และ แมคโดนัลด์ ได้กล่าวว่า การใช้ พื้นที่ให้มีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพ เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นห้องสมุดมหาวิทยาลัย จึงต้องมีการบูรณาการระหว่าง การยืดหยุ่น และความสามารถในการใช้งาน ในการวางผังภายนอก เพื่อให้ตรงความต้องการของผู้ใช้ และมีความเป็นมิตรต่อผู้ใช้ สรุปได้ดังนี้
- ความยืดหยุ่น : ความสามารถในการเปลี่ยนรูปร่างภายนอกให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้
- การปรับเปลี่ยน : เป็นการจัดการ ที่ว่าง ที่แตกต่างจากรูปแบบทั่วๆไป
แนวคิดของศูนย์การเรียนรู้
แนวคิดใหม่ของอาคารห้องสมุดประสม ได้เริ่มครั้งแรกในอังกฤษ ยุค ศตวรรษที่ 90 มีรายงานการวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบในอนาคตของมหาวิทยาลัยและห้องสมุดมหาวิทยาลัยในอังกฤษ ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ของห้องสมุดมหาวิทยาลัย ประกอบกับมหาวิทยาลัยถูกตัดงบประมาณ เงินรายได้มาจาก นักศึกษา จึงถือได้ว่านักศึกษาคือลูกค้าสำคัญที่ต้องได้รับการตอบสนอง ดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่สมควรที่จะมีกำหนดแนวคิดใหม่เกี่ยวกับห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่เป็น ศูนย์เรียนรู้ หรือศูนย์สารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ ตัวอย่างที่เด่นชัดคือ โครงการของ จี. บูลพิท ในห้องสมุดมหาวิทยาลัยฮาลลาม เมืองเชฟฟีลด์
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่แนวคิดนี้ได้นำเสนอ คือ อาคารห้องสมุดจะถูกกำหนดให้มีรูปแบบการเรียนรู้ เป็น learning style และมีการเปลี่ยนจากลักษณะรายบุคคลมาเป็นกลุ่ม สก็อต เบนเน็ต ได้กล่าวถึง การกลับมา ของห้องสมุดที่เป็นความร่วมมือด้านการเรียนรู้ โดยการนำเสนอ สิ่งที่อำนวยความสะดวกเพื่อการเรียนรู้
แนวคิดของห้องสมุดมหาวิทยาลัย และ การออกแบบห้องสมุดมหาวิทยาลัยโบเซ็น
คติพจน์ของมหาวิทยาลัยโบเซ็น คือ เล็ก แต่สวยงาม ยึดการสอนและการเรียนรู้ที่เป็นสากล ห้องสมุดจะต้องบูรณาการคติพจน์ของมหาวิทยาลัยและเป็นหัวใจของมหาวิทยาลัย ลักษณะของห้องสมุด จะต้องเป็นศูนย์สารสนเทศมัลติมีเดียของมหาวิทยาลัยและภูมิภาค มีนวัตกรรมที่เป็นสากล และเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการศึกษาและเรียนรู้
1. องค์ประกอบหลักของอาคารห้องสมุด
การออกแบบพื้นที่ว่างสำหรับห้องสมุดมหาวิทยาลัยจะต้องทำให้ห้องสมุดเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่สัมพันธ์กับศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยโบเซ็น ในปี 1998 ได้มีการประกวดผลงานสถาปัตยกรรม ผู้ชนะได้รับรางวัลจากการออกแบบอาคารห้องสมุดในวิทยาเขตใหม่ อาคารนี้ เป็นอาคารสาธารณะ ที่มีลักษณะเปิดกว้างให้กับผู้ใช้ทั้งภายในมหาวิทยาลัยและในเมือง รูปทรงเป็นเสมือนอนุสรณ์สถานของมหาวิทยาลัยและเมืองรวมกัน ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การออกแบบต้องคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากเมืองที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่นี้มีอากาศร้อนมากในหน้าร้อน ดังนั้น จึงต้องออกแบบให้แสงผ่านกระจกและโครงสร้าง หลักในการออกแบบของผู้ออกแบบได้กำหนดจุดนี้ไว้เป็นอย่างดี รูปทรงอาคารจะกำหนดให้สอดรับกันเป็นแนวเส้น และมีจุดรวมสายตา คล้ายๆ กับรูปทรงของบ้านโรมัน ภายในจะมีพื้นที่ว่างจำนวนมากอยู่รอบๆ เวทีที่เป็นจุดศูนย์กลางของแสงสว่าง
นอกจากนี้ภายในอาคารเดียวกันนี้ ยังมีศูนย์อาหารสำหรับผู้ใช้ใกล้ๆ ทางเข้าห้องสมุด ในชั้นที่ 1จะเป็น
สำนักงานของนักศึกษา ภายใต้หลังคาที่ลาดลง จะเป็นส่วนของศูนย์คอมพิวเตอร์และศูนย์ภาษา ดังนั้น อาคารห้องสมุดจึงตั้งอยู่ในศูนย์กลางของการให้บริการ นักศึกษาสามารถทำกิจกรรมได้หลายๆอย่าง อาคารห้องสมุดมี 4 ชั้น ซึ่งมีแสงสว่างอย่างพอเพียง ในชั้นหนึ่ง ใต้ศูนย์อาหาร จะมีชั้นสำเร็จที่ไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ (ดังรูปแสดง)
ส่วนพื้นที่ของห้องสมุด มีการออกแบบส่วนของพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ และ ส่วนที่วางชั้นหนังสือ ทั้งชั้นเปิด และชั้นปิด สำหรับหนังสือ 100,000 รายการ ส่วนสำหรับผู้อ่าน ส่วนทางเข้าจะอยู่ติดกับคาเฟทีเรียหรือศูนย์อาหาร ทำให้มีนักศึกษาอยู่ตลอดเวลา ส่วนที่นั่งอ่าน จะอยู่ใกล้กับหน้าต่าง ชั้น 4 จะเป็นส่วนของคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย ที่มีบริเวณที่นั่งอ่าน และการทำงานเป็นกลุ่มของผู้ใช้
2. ความหลากหลายของพื้นที่สำหรับทำงานและกิจกรรม
การจัดพื้นที่ในการใช้งานของผู้ใช้นั้น ได้คำนึงถึงสัดส่วนของนักศึกษาทั้งหมดต่อการกำหนดบริเวณในห้องสมุด โดยกำหนดให้มีพื้นที่ ใช้งาน ต่อจำนวนนักศึกษา 12 – 15 คน นักศึกษาในมหาวิทยาลัย ประมาณ 1,000 คน พื้นที่ในห้องสมุดที่จะให้นักศึกษาเข้าใช้ได้ เต็มที่ 520 ที่นั่ง พื้นที่ส่วนหนึ่งจัดวางเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายที่ พื้นที่แต่ละส่วน ถูกจัดให้ผู้ใช้สามารถผ่านถึงกันและผ่อนคลายอิริยาบถได้
นอกจากนี้ แสงสว่างในห้องสมุด มีความนุ่มนวล และเหมาะสมกับการทำงานของผู้ใช้ในแต่ละจุด
มีการออกแบบระบบแสงสว่างไว้กลมกลืนกับสภาพการใช้งาน นอกจากนี้ การออกแบบยังคำนึงถึงบรรยากาศและความสวยงาม สอดคล้องกับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ห้องสมุดจะมีสภาพเก็บเสียง ทำให้มีความสงบ
การจัดวางส่วนของเทคโนโลยีก็มีความยืดหยุ่นและขึ้นกับองค์ประกอบอื่นๆ ของอาคารเช่นกัน ทางห้องสมุดได้จัดวางเครื่องคอมพิวเตอร์ 48 เครื่องให้บริการ เนื่องจากห้องสมุดจะอยู่ติดกับศูนย์คอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถใช้ได้ นอกจากนี้ ยังได้จัดจุดให้บริการแลปทอบ และวางระบบเครือข่ายไว้รองรับผู้ใช้ทั้ง 520 คน ในรูปของเครือข่ายไร้สาย
การจัดวางครุภัณฑ์และอุปกรณ์ของห้องสมุด ออกแบบให้ยืดหยุ่นและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการใช้ ทั้งในส่วนของผู้ใช้และในส่วนของเจ้าหน้าที่ ชั้นหนังสือจะถูกออกแบบให้ใช้งานได้ตามต้องการและปรับเปลี่ยนได้ ครุภัณฑ์ในส่วนทำงานก็เช่นกัน เจ้าหน้าที่สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยไม่เกิดปัญหา
บทสรุปห้องสมุดของมหาวิทยาลัยโบเซ็นนั้น เป็นการทำตามสิ่งที่ได้ออกแบบไว้ เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ และการทำงานของเจ้าหน้าที่ ห้องสมุดจะมีผู้ใช้ตลอดเวลา ทำให้ห้องสมุดมีชีวิต สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ใช้ทุกครั้งที่เข้ามา เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ที่แท้ ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ได้สะดวกและมีความสบายที่สุด

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

นิทาน 2 ภาษา

ลูกเป็ดขี้เหร่
Ugly Duckling
ใกล้ ๆ ริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง มีแม่เป็ดกำลังกกไข่ห้าฟอง ...เวลาผ่านไป ไข่ฟักเป็นตัวออกมาสี่ฟอง ...ยกเว้นไข่อยู่ฟองหนึง.
Near the river, Mother Duck was incubating five eggs. In due time, four of the eggs except the one egg didn't hatch.ทันใดนั้น! ...
ไข่ฟองสุดท้ายก็ค่อย ๆ ฟักตัวออก.. "คุณพระช่วย ทำไมถึงขี้เหร่อย่างนี้" แต่แม่เป็นก็รับลูกเป็ดขี้เหร่เป็นลูกตัวหนึ่ง
Suddendly, the egg gradually hatched. "Oh my goodness! How ugly it is! B ut mother duck welcomed it into the flock.
วันหนึ่งแม่เป็ดพาลูก ๆ ไปหัดว่ายนี้ ระหว่างทางได้พบกับวัว แพะ และหมู พวกมันพากันหัวเราะเยาะลูกเป็ดขี้เหร่ "ฮ่า ๆๆ พวกเราดูตัวอะไรนั่นซิ น่าเกลียดจริง ๆ" One day Mother Duck took her five ducklings for a swimming lesson in the pond. On the way they came across a cow, a sheep, a pig. They made fun of the ugly Duckling and laughed at him. "Hey! What is that ugly think supposed to be"?
สักครู่หนึ่ง เหล่าลูกเป็ดได้เดินไปพบกับ พ่อไก่และแม่ไก่ "นี่! เคยเห็นตัวอะไรน่าเกลียดอย่างนี้ไหม" พ่อไก่ถามแม่ไก่ In a moment the ducklings walked to come across cock and hen "Hey! Have you ever seen anything so ugly?วันต่อมา ลูกเป็ดขี้เหร่เดินหลงเข้าไปในบ้านของขายทำขนมปัง เมื่อชายทำขนมปังเห็นมันเข้าจึงร้องตะโกนขึ้น "ออกไปให้พ้นเดี๋ยวนี้ เจ้าตัวน่าเกลียด
Next day the ugly Ducking went astray in a baker home. When the baker saw the ugly Ducking he to shut" Go away, you ugly creature."
วันหนึ่ง ลูกเป็ดขี้เหร่เห็นฝูงหงส์กำลังเล่นนี้ในลำธารที่มันอาศัยอยู่ มันตะลึงในความสวยงานของหงส์เหล่านั้นจึงบินตามไปดูใกล้ ๆ One day the ugly Duckling saw a flock of swans swimming below. He was so amazed by their beauty that he decided to fly closer to the stream.
ลูกเป็ดขี้เหร่มองเงาของตนเอง ที่ปรากฏในน้ำ เป็นเงาของหงษ์ที่สง่างาม ที่แท้จริงมันไม่ใช่เป็ด มันเป็นหงส์ ในที่สุดมันก็ได้พบกับพ่อแม่ที่แท้จริงและอาศัยอยู่ที่ลำรแห่งนั้นอย่างมีความสุข The ugly Duckling saw his shadow in the water it was the reflection of a graceful swan. In fact he had never been an ugly Duckling but it was swan. Finally it was able to find the real parents, and they lived happily ever after in the stream.
จาก นิทาน 2 ภาษาอ่านให้เด็กฟัง (1) ค้นเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2552 จาก www.bloggang.com/mainblog.php?id=alwaysandforever&month=08-11-2007&group=1&gblog=114

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

แนวข้อสอบปลายภาค

1. ส่วนประกอบหลักของรายงาน มีอะไรบ้าง
ก. ส่วนนำ ส่วนเนื้อเรื่อง ส่วนอ้างอิง ข. ปกนอก ปกใน คำนำ สารบัญ
ค. ปก คำนำ สารบัญ บรรณานุกรม ง. บทนำ เนื้อเรื่อง บทสรุป
2. ในการเขียน ปกนอก สิ่งสำคัญที่สุด ที่ต้องมี คืออะไร
ก. ชื่อครูผู้สอน ข. ชื่อรายงาน ค. ชื่อวิชา ง. ชื่อปีการศึกษา
3. หน้าใดของรายงาน ที่บอกวัตถุประสงค์ของการจัดทำ
ก. สารบัญ ข. ปกใน ค. คำนำ ง. เนื้อเรื่อง
4. ส่วนที่เป็นหลักฐาน และทำให้รายงานน่าเชื่อถือ คือส่วนใด
ก. เนื้อเรื่อง ข. บรรณานุกรม ค. สารบัญ ง. คำนำ
5. การอ้างอิงแทรกในเนื้อเรื่องที่เป็นระบบ นาม-ปี จะต้องระบุอะไรบ้าง
ก. ชื่อหนังสือ และชื่อผู้แต่ง ข. ชื่อผู้แต่ง และเลขหน้า ค. ชื่อผู้แต่ง และ ปีพิมพ์ ง. ชื่อหนังสือและ เลขหน้า
6. ในส่วนเนื้อเรื่อง นอกจาก เขียนข้อมูลที่ค้นคว้ามาได้แล้ว ผู้เขียนควรเขียนส่วนใดเพิ่มอีก
ก. คำนำ ข. หัวข้อเรื่อง ค. บทนำและบทสรุป ง. บรรณานุกรม
7. ส่วนประกอบในรายงานข้อใด เป็นส่วนอ้างอิง
ก. คำนำ ข. สารบัญ ค. ภาพประกอบ ง. บรรณานุกรม
8. ข้อมูล ...... “ในวังน้ำเขียว มี แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น แปลงดอกเบญจมาศ อำเภอไทยสามัคคี และแหล่งท่องเที่ยว
ธรรมชาติ เช่น อุทยานเขาแผงม้า”
“ค้นข้อมูลจาก บทความออนไลน์ชื่อ วังน้ำเขียว ออนไลน์เมื่อปี พ.ศ. 2549 ค้นข้อมูลเมื่อ 29 มกราคม 2550 จาก
http://www.wnk.go.th/planning.php.%20ค้นเมื่อ%2029%20ม.ค.%202550
จาก ข้อมูล และแหล่งที่มา ข้อใด เขียนอ้างอิงแทรกในเนื้อเรื่อง ได้ถูกต้อง
ก. “ในวังน้ำเขียว มี แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น แปลงดอกเบญจมาศ อำเภอไทยสามัคคี และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ
เช่น อุทยานเขาแผงม้า” (วังน้ำเขียว, 2549)
ข. “ในวังน้ำเขียว มี แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น แปลงดอกเบญจมาศ อำเภอไทยสามัคคี และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ
เช่น อุทยานเขาแผงม้า” (www.wnk.go.th/planning.php. , 2549)
ค. “ในวังน้ำเขียว มี แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น แปลงดอก เบญจมาศ อำเภอไทยสามัคคี และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ
เช่น อุทยานเขาแผงม้า” (วังน้ำเขียว : http://www.wnk.go.th/planning.php.%20ค้นเมื่อ%2029%20ม.ค.%202550)
ง. “ในวังน้ำเขียว มี แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น แปลงดอกเบญจมาศ อำเภอไทยสามัคคี และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ
เช่น อุทยานเขาแผงม้า” (http://www.wnk.go.th/planning.php.%20%2029%20มกราคม%202550)
9. การเรียบเรียง เนื้อเรื่องจากบัตรบันทึก ในข้อใด ถูกต้อง
ก. เรียบเรียงตามบัตรบันทึก โดยใช้คำสำคัญ ขึ้นก่อน ต่อด้วยแหล่งที่มา และ เนื้อเรื่อง
ข. นำคำสำคัญเป็นหัวข้อเรื่อง เรียบเรียงเนื้อเรื่อง และอ้างอิงแหล่งที่มาทั้งหมดปิดท้าย
ค. เรียบเรียงเนื้อเรื่อง และ อ้างอิงแหล่งที่มาปิดท้าย
ง. นำคำสำคัญเป็นหัวข้อเรื่อง เรียบเรียงเนื้อเรื่อง และอ้างอิงแหล่งที่มาเฉพาะผู้แต่ง และปีพิมพ์
10. ในส่วนของเนื้อเรื่อง ส่วนใด ที่เป็นการกล่าวความเป็นมา
ก. เนื้อเรื่องหัวข้อแรก
ข. บทนำ
ค. คำนำ
ง. ความนำ

วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2552

บรรณานุกรม

หลักการเขียนบรรณานุกรม
หนังสือ
ผู้แต่ง. (ปี พ.ศ). ที่พิมพ์. ชื่อหนังสือ. เมือง : สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง. หนังสือ ชื่อ สี่แผ่นดิน แต่งโดย ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช. สำนักพิมพ์ สยามรัฐ ปีพิมพ์ 2510.
บรรณานุกรม : คึกฤทธิ์ ปราโมช, ม.ร.ว. (2510). สี่แผ่นดิน. กรุงเทพฯ : สยามรัฐ.
ปารัณ. (2549). .วังน้ำเขียว อีสานคลาสสิค. แพรว. กรุงเทพฯ : อมรินทร์.
เว็บไซต์.
ชื่อผู้แต่ง. (ถ้ามี) (ปีที่เผยแพร่). ชื่อบทความ. ค้นข้อมูลเมื่อ......จาก www.........
ตัวอย่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2551). นครปฐม. ค้นข้อมูลเมื่อ 1 มกราคม 2552 จาก www.tat.or.th.
วังน้ำเขียว. (2549). ค้นข้อมูลเมื่อ 29 มกราคม 2550 จาก www.wnk.go.th/planning.php.
วารสาร
ชื่อผู้แต่ง. (ปี พ.ศ). "ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร. ปีที่พิมพ์ ฉบับที่พิมพ์ (เดือน), หน้า....
ตัวอย่าง
บุรณี บรรณากร. (2533). ราชินีแห่งดอกไม้. ข่าวการไฟฟ้า. 34 : 5 (พฤษภาคม) : 50-51.
ในกรณีที่ ไม่มีชื่อผู้แต่ง ชื่อบทความ (วารสาร, เว็บไซต์) ชื่อหนังสือ (หนังสือ) จะต้องอยู่ในลำดับแรก ตามด้วย ปีพิมพ์/ปีที่เผยแพร่ ถ้าไม่มีปี พ.ศ. ให้ใช้คำว่า ม.ป.ป. ส่วนปีที่ หมายถึง ปีที่วารสารฉบับนั้นจัดทำใ ไม่ใช่ปี พ.ศ.
บรรณานุกรม จะต้องเรียงลำดับตามตัวอักษรแรก ของแต่ละรายการ
ตัวอย่าง
บรรณานุกรม
ชมรมธรรมชาติศึกษา. (2540). กุหลาบ : ราชินีแห่งดอกไม้.
เชียงใหม่ : ชมรมธรรมชาติศึกษา
บุรณี บรรณากร. (2533). ราชินีแห่งดอกไม้ ข่าวการไฟฟ้า.
34 : 5 (พฤษภาคม) : 50-51
มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. (2503). บทละครพูดคำ
ฉันท์ : มัธนพาทา. พระนคร : โรงพิมพ์คุรุสภา
Crystal, Rolley.(1999).The meaning of roses. Imagination
20 : 2 (Febuary) : 25-34
Dickinson, Melwin & Compwell, Rossary. (1999). The Book
of Roses. พิมพ์ครั้งที่2. London: Macdonald&Jane.
Queen of Flowers. (2001). ค้นข้อมูลเมื่อ 22 เมษายน 2000
จาก http://www.geocities.com/rose_msu/page7.html
จะเห็นว่า ภาษาไทย จะเรียงลำดับ ช ช้าง ตามด้วบ บ ใบไม้ และ ม ม้า ซึ่งเป็นอักษรตัวแรกของชื่อผู้แต่ง. ส่วนภาษาอังกฤษ เรียงตามลำดับอักษรชื่อภาษาอังกฤษ

วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ทักษะการรู้สารสนเทศกับการวิเคราะห์เนื้อหาวิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ

ทักษะการรู้สารสนเทศ (information literacy skill) หมายถึงความสามารถในการรู้ว่าเมื่อไรต้องการสารสนเทศ สามารถจำแนกสารสนเทศให้ตรงตามต้องการ กำหนด ประเมิน และใช้สารสนเทศที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแบ่งหมวดหมู่ได้ดังนี้ (Association of College and Research Librarian, 1998)
1. การกำหนดความต้องการสารสนเทศ 2. การใช้กลยุทธ์ในการสืบค้นสารสนเทศ 3. การกำหนดแหล่งสารสนเทศและการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศ 4. การใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ 5. การสังเคราะห์สารสนเทศ 6. การประเมินสารสนเทศ
วิเคราะห์ทักษะการรู้สารสนเทศ กับ เนื้อหาวิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ
หน่วยที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้และห้องสมุด คุณลักษณะ/ทักษะที่ต้องการ ได้แก่ 1. กระบวนการกลุ่ม การยอมรับความคิดเห็น ความรับผิดชอบ 2. ทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง3. ทักษะการจำแนก
หน่วยที่ 2 การวิเคราะห์ความต้องการสารสนเทศและเตรียมการค้นคว้า คุณลักษณะ/ทักษะที่ต้องการได้แก่ 1.ความคิดสร้างสรรค์2. ทักษะการคิดวิเคราะห์ เพื่อกำหนดความต้องการสารสนเทศ
หน่วยที่ 3 การสืบค้นสารสนเทศ คุณลักษณะ/ทักษะที่ต้องการได้แก่ ความรับผิดชอบ ความตรงต่อเวลา ความรอบรู้ ทักษะการใช้กลยุทธ์การสืบค้นสารสนเทศ การกำหนดแหล่งสารสนเทศและทักษะการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศ ทักษะกระบวนการกลุ่ม ทักษะในการใช้เครื่องมือสืบค้น
หน่วยที่ 4 การเลือกและวิเคราะห์สารสนเทศ คุณลักษณะ/ทักษะที่ต้องการได้แก่ ทักษะการอ่านเพื่อวิเคราะประเมินสารสนเทศและเลือกใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะในการสรุปความ
หน่วยที่ 5 รูปแบบการนำเสนอรายงานจากการค้นคว้าและการอ้างอิง คุณลักษณะ/ทักษะที่ต้องการได้แก่ ความรับผิดชอบ ความมีระเบียบวินัยในการทำงาน ทักษะในการสังเคราะห์ และทักษะในการเขียน ทักษะการใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2551

รายงานการประชุมทางวิชาการสมาคมห้องสมุดฯ ปี 2551


หัวข้อเรื่อง “เสริมสร้างสังคมความรู้ การเข้าถึงสภาพที่แตกต่างของสังคม”
ณ โรงแรม
แกรนด์ อยุธยาบางกอก กรุงเทพฯ
จัดโดย สมาคมห้องสมุดแห่งประทศไทย
ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
วันที่ 16 ธันวาคม 2551 -19 ธันวาคม 2551

รายละเอียดในการอบรม/ประชุม/สัมมนา
ปาฐกถาพิเศษ โดย ศาตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสะอ้าน เรื่อง การอยู่ร่วมกันในสภาพที่แตกต่างของสังคม เนื้อหาโดยสรุป คือ ทุกคนต้องอยู่ร่วมกันโดยช่วยเหลือกัน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
การอภิปรายเรื่อง สารสนเทศเพื่อความอยู่รอด : ใครใช้ ใครจัด ใครได้ โดย รศ. สุขุม นวลสกุล นางศิริบูรณ์ ณัฐพันธ์ ครูสังคม ทองมี ทนายวันชัย สอนศิริ ดำเนินการอภิปรายโดย รศ. ดร. สุขุม เฉลยทรัพย์ โดย รศ. สุขุม นวลสกุล กล่าวถึงสารสนเทศกับการเมือง สารสนเทศมีผลต่อการตัดสินใจทางการเมือง ส่วนใหญ่ได้มาจาก primary source บรรณารักษ์เป็นผู้ให้บริการต้องนำเสนอถึงตัว ไม่รอให้ผู้ใช้เดินทางมาห้องสมุด เพราะสารสนเทศเดี๋ยวนี้เข้าถึงได้ง่าย ส่วน ทนายวันชัย กล่าวถึงสารสนเทศกับกฎหมาย เป็นการนำข้อมูลสารสนเทศที่มีอยู่มาตีความตามกฎหมาย ว่า ยุติธรรม หรือ ชอบธรรม ยุติธรรม จะเป็นการยุติเรื่องตามสารสนเทศที่มีอยู่ แต่ชอบธรรมหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าเป็นไปตามหลักคุณธรรมจริยธรรมหรือไม่
ครูสังคม ทองมี กล่าวถึงสารสนเทศกับการศึกษาและศิลปะ ต้องใช้หนังสือเป็นหลัก ส่วนนางศิริบูรณ์ กล่าวถึงสารสนเทศกับสื่อมวลชน ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นอาวุธ ดังนั้นจึงควรคิดให้มาก ไตร่ตรอง หาข้อเท็จจริง ก่อนตัดสินใจ เพราะใครมีสื่อในมือ มีข้อมูลมาก คนนั้นชนะ
การอภิปรายเรื่อง แนวคิดที่แตกต่างช่วยเสริมสร้างสังคมความรู้ให้เข้มแข็ง โดย ศาสตราจารย์ไพฑูรย์ สินลารัตน์ นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ นายนิเวศน์ กันไทยราษฎร์ ดำเนินการอภิปราย โดย ดร. พรรณี สวนเพลง สรุปว่า แนวคิดของสารสนเทศในไทยเปลี่ยนแปลงไปจากสังคมเกษตรกรรมสู่สังคมของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมเปลี่ยนไปจากสังคมบริโภคนิยมเป็นสังคมฐานความรู้ มีการสร้างสังคมเศรษฐกิจบนฐานความรู้ โดยการเรียนรู้ สร้างความรู้ ใช้ความรู้ สร้างผลผลิต มีประสิทธิภาพ/คุณภาพ แข่งขันได้ มีพื้นฐานแนวคิดไทย เน้นชีวิตจริง การคิด กระบวนการ และความเปลี่ยนแปลง ผู้ให้บริการจะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างวิกฤติให้เป็นโอกาส เช่น ผู้ใช้บริการส่งเสียงดัง ก็ให้อ่านบทร้อยกรองแทนการลงโทษ และต้องให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางที่ถูกต้องด้วย เพราะเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นดาบสองคม
การนำเสนอผลงานวิจัยด้านสารสนเทศ ในแง่ของสารสนเทศด้านพระพุทธศาสนา การให้บริการสารสนเทศแก่ผู้ใช้ที่บกพร่องทางการเรียนรู้
การประชุมระดมความคิดเรื่อง การพัฒนาแนวทางสร้างสังคมความรู้ที่ยั่งยืนในสภาพที่แตกต่าง โดยกลุ่มห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา ได้นำเสนอถึงการให้บริการสารสนเทศในสถาบันการศึกษา เน้นการเข้าถึงและให้บริการสารสารสนเทศที่ใช้เทคโนโลยี ส่วนห้องสมุดอาชีวศึกษา จะมีปัญหาเรื่องบุคลากรที่มีจำนวนจำกัด และผู้ใช้ที่มีความต้องการสารสนเทศด้านอาชีพ จึงควรสร้างความร่วมมือหรือเครือข่าย มีการสรุปการทำงานเพื่อขอบุคลากรที่มีความรู้บรรณารักษศาสตร์เพิ่ม ปีนี้ บรรณารักษ์ของอาชีวศึกษามาเข้าร่วมประชุมเพียง 4 คน เพราะไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา ทำให้มีปัญหาในการประชุมชมรมห้องสมุดเพื่อการอาชีวศึกษาและเทคโนโลยี
สรุปผลการดำเนินงานของสมาคม ที่ประชุมมีมติให้สมาคมดำเนินงานเฉพาะกิจกรรมทางวิชาการ งดขายสินค้า นอกจากให้บริการด้านออกแบบห้องสมุด
การศึกษาดูงานห้องสมุดศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) เป็นห้องสมุดที่ทันสมัยมาก มีเทคโนโลยีเพื่อให้บริการผู้ใช้ มีทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภทด้านการออกแบบ มีห้องสมุดวัสดุเพื่อการออกแบบ ผู้ใช้สามารถสัมผัสของจริงได้ นอกจากนี้ ทางห้องสมุด TCDC ได้นำโปรแกรม Library 2.0 มาใช้ร่วมกับ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ VTLS ทำให้ผู้ใช้สามารถหาหนังสือในชั้นแต่ละชั้นได้ได้โดยสัมผัสกับจอคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งไว้ที่ชั้นหนังสือแต่ละชั้น
ส่วนห้องสมุดสยามสมาคม จะเก็บทรัพยากรสารสนเทศด้านโบราณคดี มานุษยวิทยา เป็นหลัก และเน้นที่เกี่ยวกับประเทศไทย หนังสือ วารสารส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ เน้นการให้บริการผู้ใช้ที่ต้องการทรัพยากรสารสนเทศที่เฉพาะทาง
ปัญหาและอุปสรรคในการประชุม/สัมมนา
เนื่องจากการประชุมอยู่ในกรุงเทพฯ ผู้เข้าร่วมประชุมไม่มีที่พักในกรุงเทพฯ เพราะราคาที่พักค่อนข้างสูงกว่าที่มีสิทธิ์เบิกได้ จึงใช้การเดินทางไปกลับ ทำให้เหนื่อยล้ามาก นอกจากนี้ ชมรมห้องสมุดเพื่อการอาชีวศึกษา มีสมาชิกเข้าร่วมน้อย เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บริหาร ทำให้ไม่สามารถจัดประชุมกลุ่มเพื่อหาแนวทางการพัฒนาห้องสมุดได้
สรุปข้อคิดเห็น ประโยชน์ ที่ได้รับและข้อเสนอแนะ หรือสิ่งที่คิดว่าจะนำมาปรับปรุงใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ราชการ
1. ผู้ให้บริการจะต้องให้บริการผู้ใช้แบบเข้าถึงตัว คือเป็นฝ่ายเข้าหาผู้ใช้ไม่รอให้ผู้ใช้เข้ามาหา
2. ผู้ให้บริการต้องมีความอดทนและทำงานมากกว่าที่เป็นอยู่เพราะการให้บริการเป็นงานหนัก
3. เทคโนโลยีสารสนเทศมีทั้งที่เป็นคุณและโทษ ในฐานะผู้ให้บริการจะต้องเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เหมาะสม
4. เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส เมื่อผู้ใช้บริการทำผิดระเบียบ ควรลงโทษในทางบวก เช่น ส่งเสียงดัง จะต้องอ่านบทร้อยกรองเสียงดัง และถ้าเป็นกลุ่ม จะต้องให้แสดงท่าทางและความรู้สึกในการอ่านด้วย